
1. ไม่รู้เป้าหมายในอนาคต ว่าต้องการอะไรต่อไป
บางครั้งความรู้สึกว่าอย ากเปลี่ยนงาน อาจเป็นความคิดที่เกิดขึ้นมาลอย ๆ เพราะความเบื่อที่เกิดขึ้น
จากความจำเจที่ต้องทำทุ กวัน ๆ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าถ้าลาออกจากงานไปแล้วจะไปทำงานอะไรต่อ
แสดงว่าคุณอาจยังไม่เหมาะที่จะลาออกจากงานในช่วงนี้ สิ่งที่คุณต้องคิดไว้ก่อนที่จะลาออกจากงานคือ
ถ้าลาออกจากงานเดิมแล้ว งานใหม่จะทำอะไร รูปแบบงานเป็นอย่ างไร
อาจจะยังไม่ต้องลงรายละเอียดมาก ๆ ก็ได้ แต่อย่ างน้อยต้องมีไกด์ไลน์ก่อน
ซึ่งการตั้งเป้าหมายของตัวเองในอนาคตจะเป็นการช่วยให้คุณสามารถรู้ได้ว่าหากคุณต้องการไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้
คุณต้องทำอย่ างไรบ้าง การตั้งเป้าหมายในอีกทางหนึ่ง เป็นวิ ธีที่ช่วยให้คุณมีแรงบันดาลใจที่จะทำให้สำเร็จ
ไปสู่สิ่งที่ดีกว่าในปัจจุบัน นั่นก็คือหมายถึงหน้าที่การงานที่ดีกว่าตามความต้องการที่ตั้งไว้
ซึ่งในทางกลับกันหากคุณลาออกจากงานโดยที่ยังไม่รู้เป้าหมายว่างานต่อไปอย ากทำอะไร
จะทำให้คุณรู้สึกเบื่อ รู้สึกไร้เป้าหมาย รวมถึงรู้สึกว่าคุณค่าในตัวคุณเองลดลง
2. อย่ าลาออกเพราะอย ากมีเวลาว่างเพื่อหางานใหม่
การลาออกเพราะอย ากมีเวลาว่างในการหางานอย่ างเต็มที่ คงไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่ในยุคนี้
เพราะในความจริงแล้ว เวลาว่างเพื่อหางานใหม่มีอยู่เสมอโดยไม่ต้องคิดลาออกจากงานก็ได้
ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้าก่อนเข้างาน ใช้เวลาในขณะเดินทางไปทำงาน ช่วงเย็น
หรือในช่วงวันหยุดเส าร์-อาทิตย์ก็สามารถหางานใหม่ได้เช่นกัน การลาออกจากงานเพื่อหวังมีเวลาว่างมากขึ้น
เวลาว่างที่มีมากจนเกินไปจะทำให้ประสิทธิภาพในการหางานลดลง
เพราะบางครั้งเวลาว่างจะทำให้เราข าดความกะตือรือร้น จนใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ ใช้เวลาไม่คุ้มค่า
ซึ่งบางครั้งการหางานใหม่อาจทำให้คุณรู้สึกว่างานเดิมของคุณเป็นที่น่าพอใจมากอยู่แล้ว และหากเปลี่ยนงานใหม่
อาจทำให้คุณพลาดสิ่งดี ๆ ที่งานเก่าของคุณเคยมีให้ก็เป็นไปได้เช่นกัน
ซึ่งหากลาออกจากงานไปตั้งแต่แรก ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้งานดี ๆ แบบเดิมกลับมา
3. ได้เงิ นเดือนมาก แต่ก็ยังไม่พอใช้ ทางแก้อาจไม่ใช่การหางานใหม่
บางครั้งฐานเ งินเดือนที่ได้รับก็ขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบในตำแหน่งงาน
แต่บางคนอาจมีความรู้สึกว่าเงิ นเดือนที่ได้ไม่คุ้มกับความรับผิดชอบที่มี
ก่อนที่จะคิดลาออกจากงานเพราะเหตุผลเรื่องเ งินค่าตอบแทน
ควรลองคิดดูก่อนว่าเงิ นเดือนที่ได้น้อยไม่คุ้มค่าเหนื่อยจริง ๆ
หรือความจริงแล้วเป็นเพราะคุณใช้จ่ายมากเกินความจำเป็นจนรู้สึกว่าเงิ นที่ได้น้อยกว่าความเป็นจริง
ทางแก้ปัญหานี้อย่ างยั่งยืนคือการบริหารจัดการการใช้เงิ นของตัวคุณเองใหม่ก่อน
เพราะการลาออกไปหางานใหม่ที่ได้เงิ นเดือนมากกว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ
ถ้าไม่ปรับการใช้เ งิน ไม่ว่าจะเปลี่ยนอีกกี่งานหรือได้เ งินเดือนเพิ่มมากแค่ไหน ยังไงเงิ นก็ไม่พอใช้อยู่ดี
หรือถ้าสุดท้ายแล้วการปรับพฤติกร รมการใช้เงิ นยังไม่ช่วยแก้ปัญหา
ก็ให้ลองเจรจาต่อรองกับหัวหน้าเพื่อปรับเ งินเดือนขึ้นก่อน แต่ให้การหางานใหม่ เป็นทางเลือกท้าย ๆ จะดีกว่า
4. Connection สำคัญ อย่ าออกไปโดยไม่มี
ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า Connection เป็นสิ่งสำคัญทั้งการทำงานและการหางานใหม่ ดังนั้นอย่ าคิดลาออกจากงานเก่า
โดยไม่มี Connection ที่ดี เพราะ Connection ที่ดีแม้ว่าจะไม่ได้ช่วยให้คุณได้งานใหม่ในทันที
แต่อาจมีประโยชน์ในฐานะคำแนะนำที่คุณอาจได้รับ เช่น ฟีดแบคว่าคนที่คุณจะไปสัมภาษณ์งานด้วยมีลักษณะอย่ างไร
เป็นมิตรมากน้อยแค่ไหน หรือต้องใช้วิ ธีการพูดอย่ างไรเพื่อสร้างความประทับใจในการสัมภาษณ์งาน
เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะทำให้ได้งานง่ายขึ้น ดังนั้นแล้วการสร้าง Connection เป็นสิ่งสำคัญ
และจำเป็นต้องค่อย ๆ ทำ และสะสมไปเรื่อย ๆ เพราะคงดูไม่ดีแน่หากคุณเข้าไปตีสนิทกับคนบางคน
และนึกถึงเขาเมื่อต้องการประโยชน์อะไรบางอย่ าง เพราะ Connection ต้องใช้เวลาสะสมนานหลายปี
รวมถึงคุณต้องให้ความช่วยเหลือคนอื่น ๆ ก่อนด้วยเช่นกัน
5. อย่ าหางานใหม่โดยใช้อ ารมณ์
บางครั้งความรู้สึกที่อย ากหางานใหม่มักเกิดจากความรู้สึกเบื่องาน และไม่พอใจงานที่ทำอยู่
จนกลายเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คุณตัดสินใจเปลี่ยนงาน แต่แน่นอนว่าความรู้สึกเบื่อ และไม่พอใจ
ย่อมสร้างอ ารมณ์ที่เป็นลบเมื่อพูดถึงงานที่ทำอยู่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องดี โดยเฉพาะในการสัมภาษณ์งาน
ที่ผู้สัมภาษณ์ก็ต้องถามว่าทำไมถึงลาออกจากงานที่ทำอยู่ ทำไมถึงอย ากเปลี่ยนงาน
ถ้าคุณอธิบายโดยใช้อ ารมณ์เป็นหลัก อาจทำให้โอกาสที่ได้งานลดลง เพราะบริษัทต่าง ๆ
ย่อมอย ากได้พนักงานที่มีความรู้สึกในแง่บวกมากกว่าอยู่แล้ว หากคุณรู้สึกไม่พอใจกับงานที่ทำอยู่
อย่ างแรกที่ควรทำคือลองพิจารณาดูก่อนว่าจริง ๆ แล้วคุณไม่พอใจเนื้ องานที่ทำ
หรือไม่พอใจปัจจัยอื่น ๆ เช่น ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานกันแน่
บางครั้งคุณอาจสามารถแก้ไขปัญหาความไม่พอใจได้ โดยไม่ต้องลาออกจากงานก็ได้
6. เปลี่ยนความไม่ชอบเป็นเครื่องมือปรับปรุงตัวเอง
บางครั้งการทำงานภายใต้ปัญหา และความรู้สึกไม่ชอบอาจกลายเป็นโอกาสที่คุณจะได้พัฒนา
ความสามารถด้านต่าง ๆ ของตัวเอง ทั้งการสื่อส าร การต่อรอง และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน
ซึ่งจะได้จากการเจรจา และต่อรอง รวมถึงแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทำงาน
โดยบางครั้งหากการทำงานมีภาพรวมที่ดีขึ้น คุณอาจไม่จำเป็นต้องคิดหางานใหม่อีกแล้วก็ได้
ขอบคุณที่มา : jingjai999